ปี 2558 ทุบสถิติเป็นปีที่ “ร้อนที่สุด” ในประวัติการณ์

World from space banner

gistemp_map_2015

แผนที่แแสดงความผิดปกติของอุณหภูมิรอบโลก บันทึกข้อมูลตลอดปี 2558

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซ่า เปิดเผยข้อมูลสถิติพบว่า ปี 2558 ที่ผ่านมาเป็นปีที่โลกของเรามีความร้อนสูงที่สุดนับตั้งแต่มีการเก็บข้อมูลสถิติอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกและยังมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ

ในวันที่ 20 มกราคม 2559 นักวิทยาศาสตร์จากองค์การนาซ่าและ the National Oceanic and Atmospheric Administration (NOAA) ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เปิดเผยผลการวิเคราะห์อุณหภูมิของโลกในปี 2558 จากผลการศึกษาของนาซ่า พบว่าอุณหภูมิโลกเฉลี่ยผิวโลกตั้งแต่เดือนมกราคม ถึง ธันวาคม ปี 2558 สูงขึ้นจากปกติถึง 0.87 องศาเซลเซียส เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วประมาณ 0.13 องศาเซลเซียส โดยข้อมูลสถิติอุณหภูมิโลกนั้นได้เริ่มมีการบันทึกตั้งแต่ ปี 2423 นั่นหมายความว่าอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเราในปัจจุบันมีค่าเข้าใกล้ 1 องศาเซลเซียสมากขึ้นเรื่อยๆ และเข้าใกล้มากที่สุดในปี 2558 นี้เอง

นักวิจัยจาก NOAA เปิดเผยว่าในปี 2558 อุณภูมิเฉลี่ยผิวโลกสูงขึ้นถึง 0.90 องศาเซลเซียส ซึ่งมากกว่าค่าณหภูมิเฉลี่ยอุตั้งแต่ปี พ.ศ. 2444-2543 จากข้อมูลยังบ่งชี้ว่า ปี 2558 นับเป็นครั้งที่สองแล้วสำหรับทวีปอเมริกา ยุโรป และแอฟฟริกา ที่มีอุณหภูมิสูงสุด เช่นเดียวกับทวีปเอเชีย และอเมริกาใต้

จากแผนที่ภาพด้านบนทำให้เห็นว่าในปี 2558 อุณหภูมิของโลกสูงขึ้นมากกว่าปกติ โดยอ้างอิงจากค่าเฉลี่ยมาตรฐานของปีพ.ศ. 2494 ถึง 2523  ทีมนักวิทยาศาตตร์จากสถาบันกอดดาร์ดเพื่อการศึกษาอวกาศแห่งนาซ่า ได้ศึกษาและรวบรวมข้อมูลอุณหภูมิที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่จากสถานีอุตุนิยมวิทยามากกว่า 6,300 สถานีทั่วโลก รวมทั้งใช้ข้อมูลจากทุ่นวัดอุณหภูมิภาคพื้นทะเลและข้อมูลจากศูนย์วิจัยอาร์กติก ซึ่งข้อมูลที่นำมาวิเคราะห์เป็นข้อมูลที่มาจากสถานีตรวจวัดอุณหภูมิที่กระจายอยู่ทั่วโลกและเมืองที่ได้รับผลกระทบจากความร้อนที่เพิ่มสูงขึ้น

ในปี 2558 ข้อมูลอุณหภูมิเฉลียผิวโลกบ่งชี้ว่าอุณหภูมิโลกมีแนวโน้มที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และปรากฏการณ์เรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากการกระทำของมนุษย์

การบันทึกเกี่ยวกับสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นเริ่มมีมาในช่วง 35 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2523 โดยเฉพาะช่วง 15 ปีที่ผ่านมาหรือตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมา ได้มีการบันทึกว่าโลกของเรามีความร้อนสูงขึ้นเป็นประจำทุกปี

ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นยกตัวอย่างเช่น เอลนีโญ่ หรือ ลานีญ่า ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ทำให้อุณหภูมิของมหาสมุทรแปซิฟิกมีการเปลี่ยนแปลงแบบผิดปกติ เป็นผลทำให้เกิดการแปรปรวนของค่าเฉลี่ยอุณหภูมิผิวโลกโดยตรง จากกราฟด้านล่างนี้แสดงให้เห็นว่าค่าอุณหภูมิโลกปัจจุบัน มีความสัมพันธ์กับปรากฏการณ์เอลนีโญ่และลานีญ่า กราฟแท่งสีส้มคือค่าอุณภูมิที่ผิดปกติเนื่องมาจากเป็นปีที่เกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ่ สำหรับเส้นสีส้มหมายถึงแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน กราฟแท่งสีฟ้าแสดงถึงปีที่เกิดลานีญ่า และเส้นสีฟ้าเป็นแนวโน้มการเกิดลานีญ่าในและปี ส่วนปีที่สถานการณ์ปกติก็จะแสดงเป็นกราฟแท่งสีเทา และเส้นประสีดำแสดงถึงแนวโน้มค่าเฉลี่ยอุณหภูมิโลกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 เป็นต้นมา

gistemp_graph_2015

บันทึกข้อมูลตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2493 ถึง 1 ธันวาคม 2558

หากจะกล่าวว่า ปี 2558 เป็นปีที่เกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ่ก็ไม่ถูกต้องซะทีเดียว เนื่องจากยังมีปัจจัยบางประการที่ไม่ตรงตามเกณฑ์ของการเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ่ตามหลักของภูมิอากาศวิทยา แต่จากข้อมูลสถิติอุณหภูมิผิวโลกสูงสุดบ่งชี้ว่า ปี พ.ศ. 2559 เป็นอีกปีหนึ่งที่มีสภาพอากาศค่อนข้างร้อนอันเนื่องมาจากปรากฏการณ์เอลนีโญ่ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่กลางเดือนมกราคมเป็นต้นไป

นาย Gavin Schmidt ผู้อำนวยการสถาบันกอดดาร์ดเพื่อการศึกษาอวกาศแห่งนาซ่า กล่าวว่า “ในปี 2558 เป็นปีที่น่าจับตามองของการเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง” จากผลการศึกษาในปี 2558 โลกของเราร้อนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในส่วนของปรากฏการณ์เอลนีโญ่เกิดจากอุณหภูมิที่สูงขึ้น และเป็นเหตุที่จะเกิดผลกระทบในระยะยาว

Charles Bolden ผู้อำนวยการองค์การนาซ่า กล่าวว่า “สภาวะอากาศเปลี่ยนแปลงเป็นปัญหาสำหรับมนุษยชาติในยุคนี้ และหวังว่าข้อมูลการศึกษาชุดนี้ไม่เพียงแต่ให้ทุกคนได้ตระหนักถึงความสำคัญของข้อมูลและเทคโนโลยีอวกาศ และยังช่วยกระตุ้นให้คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาสภาวะโลกร้อนในระดับนโยบาย เห็นถึงปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้นกับประชากรโลกในอนาคตอันใกล้นี้ เพราะบางสิ่งบางอย่างอาจจะสายเกินแก้ถ้าหากไม่เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้”

รวบรวมและแปลโดย ทรัพย์สถิตย์ พันธ์ศรี และ จักรพงษ์ ทะวะละ

อ้างอิงจาก

NASA. (2016, January 21). 2015 Was the Hottest Year on Record. Retrieved January 29, 2016, from http://earthobservatory.nasa.gov/IOTD/view.php?id=87359&eocn=home&eoci=iotd_previous