หิมะปกคลุมทั่วทั้งชายฝั่งตะวันออกของอเมริกา

World from space banner

US Snow 2016

ภาพถ่ายจากดาวเทียม Landsat 8 (OLI) บันทึกภาพวันที่ 24 มกราคม 2559

ประชากรชาวอเมริกานับล้านคนกำลังเผชิญกับปัญหาหิมะปกคลุมหลังจากที่เกิดพายุหิมะครั้งใหญ่ติดต่อกันเป็นเวลาสองวัน ตั้งแต่รัฐเทนเนสซี่ รัฐจอร์เจีย ถึงรัฐแมสซาชูเซต ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยอ้างอิงจากแหล่งข่าวแจ้งว่ามีประชากรมากกว่า 30 ล้านคนอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ถูกหิมะปกคลุม หนาถึง 50 เซนติเมตร และประมาณอีก 3 ล้านคนต้องประสบกับหิมะที่หนาถึง 75 เซนติเมตร ปริมาณหิมะสูงสุดถูกบันทึก ณ เมืองเกลนแกร์รี่ รัฐเวสต์เวอร์จิเนีย มีความหนาถึง 107 เซนติเมตร

ดาวเทียม Landsat 8 (OLI) ได้ทำการบันทึกภาพพื้นที่ที่ถูกหิมะปกคลุมในรัฐเวอร์จิเนีย รัฐแมรี่แลนด์ และเมืองวอชิงตัน ดีซี ในช่วงบ่ายของวันที่ 24 มกราคม 2559 ดังภาพด้านบน ทำให้เห็นถึงเมืองที่ถูกหิมะปกคลุมสูงตั้งแต่ 46 ถึง 61 เซนติเมตร ซึ่งได้รับอิทธิพลจากพายุหิมะที่พัดมาจากทิศตะวันออก ตั้งแต่วันที่ 22 ถึง 24 มกราคม ดังภาพด้านล่างที่ทำการปรับขนาดทำให้เห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

หมายเหตุ เงายาวที่เห็นในภาพคืออนุสาวรีย์วอชิงตัน

ภาพจากดาวเทียม Aqua (MODIS) ของ NASA ได้ทำการบันทึกภาพเป็นแนวกว้างในพื้นที่ชายฝั่งตะวันออก ของสหรัฐอเมริกา ในเวลา 13:30 ของวันที่ 24 มกราคม 2559

 จากรายงานข่าว มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 37 คน เนื่องมาจากอุบัติเหตุทางรถยนต์, สภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติและเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ ผู้คนอีกประมาณ 250,000 คน ไม่มีไฟฟ้าใช้และมากกว่า 13,000 เที่ยวบินได้ถูกยกเลิก

ในขณะที่พายุหิมะที่ผ่านพ้นไปแล้ว ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าจะมีพายุเฮอริเคนพัดเข้ามา ซึ่งจะนำมวลความชื้นจากมหาสมุทรเข้าสู่ชายฝั่งอีกครั้ง และจำทำให้เกิดพายุหมุน ฝนตกหนัก ในทะเลจะมีคลื่นลมแรงมาก ส่งผลให้มีคลื่นขนาดใหญ่ซัดเข้าสู่ชายฝั่ง ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นเข้าท่วมอาคารบ้านเรือนบริเวณชายฝั่งในรัฐเดลาแวร์และรัฐนิวเจอร์ซี่ ก่อให้เกิดการพังทลายของชายหาดเป็นแนวกว้าง ไปจนถึงตอนบนของรัฐแมสซาชูเซต

ในปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์สามารถศึกษาและติดตามลักษณะของพายุหิมะ และพบว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นพายุหิมะลักษณะนี้ขึ้นอีก เนื่องจากสภาวะโลกร้อนประกอบกับในปีนี้ขั้วโลกเหนือมีอุณหภูมิที่สูงขึ้นมากกว่าปกติก่อให้เกิดความชื้นสูงซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดพายุ โดยมวลอากาศอุ่นมีคุณสมบัตินำพาความชื้นในปริมาณที่มากกว่าปกติเข้าสู่แผ่นดินและก่อตัวเป็นฝนหรือหิมะจำนวนมหาศาลตกลงสู่เบื้องล่าง

Sources: NASA. (2016, January 24). NASA Earth Observatory: Natural Hazards. Retrieved January 26, 2016,fromhttp://earthobservatory.nasa.gov/NaturalHazards/view.php?id=87395&eocn=home&eoci=nh

รวบรวมและแปลบทความโดย นายวีรวัฒน์ จันทวงษ์ และ นายทรัพย์สถิตย์ พันธ์ศรี

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *