เมืองเวนิซกำลังจม

o-VENICE-SINKING-900
แผนที่อัตราการทรุดตัว (มิลเมตรต่อปี) ณ เมืองเวนิซและสถานที่ท่องเที่ยวโดยรอบ ศึกษาจากข้อมูลจากดาวเทียม เดือนมีนาคม ค.ศ.2008 และเดือนมกราคม ค.ศ.2009 ค่าลบหมายถึงบริเวณที่ทรุดตัว ค่าบวกหมายถึงบริเวณที่มีการยกตัว
Credit: Tosi and colleagues

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแพดัว (Padua)  ประเทศอิตาลีได้ออกมายืนยันแล้วว่าเมืองเวนิซกำลังค่อยๆจมลงทะเลโดยการนำข้อมูลจากดาวเทียมในอดีตกับปัจจุบันมาเปรียบเทียมกัน

ย้อนไปเมื่อทศวรรษก่อนเมื่อนักวิจัยได้ค้นพบสาเหตุที่เป็นต้นตอของปัญหานี้ก็คือการสูบน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ในเมืองโดยการศึกษาล่าสุดโดย Pietro Teatini วิศวกรไฮโดรลิกแห่งมหาวิทยาลัยแพดัว ได้ศึกษาปัญหานี้โดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียม 2 ชุดบันทึกภาพบริเวณตัวเมืองเวนิซและบริเวณรอบ

ข้อมูลจากดาวเทียมชุดแรกได้มาจากดาวเทียมที่มีการบันทึกภาพเดือนละ 1 ครั้ง ส่วนอีกชุดหนึ่งมาจากดาวเทียมที่มีการบันทึกข้อมูลทุกๆ 10 วัน จากนั้นนักวิจัยได้ใช้กระบวนการทางอินเตอร์เฟอโรเมทรีเพื่อทำการแยกแยะสิ่งปกคลุมดินแต่ละชนิดออกจากกัน ซึ่งกระบวนการอินเตอร์เฟอโรเมทรี (Interferometry) คือศาสตร์ที่กล่าวถึงเทคนิคหลายประการในการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อถอดความข้อมูลที่อยู่ในรูปคลื่น เป็นเทคนิคการตรวจสอบที่สำคัญในการศึกษาดาราศาสตร์

อินเตอร์เฟอโรเมทรีอาศัยหลักการพื้นฐานของคลื่นที่แตกต่างกันเมื่อนำเข้ามารวมกันในวิธีที่ทำให้เกิดผลรวมซึ่งมีคุณสมบัติที่มีความหมายบางอย่างที่สามารถวิเคราะห์สถานะต้นกำเนิดของคลื่นเหล่านั้นได้ ที่เป็นเช่นนั้นเพราะเมื่อคลื่นสองชนิดที่มีความถี่เดียวกันมารวมกัน รูปแบบผลลัพธ์จะสามารถอธิบายได้โดยเฟสของคลื่นที่แตกต่างกันของคลื่นทั้งสองนั่นเอง คลื่นที่มีเฟสเดียวกัน (in phase) จะเสริมแรงกัน ขณะที่คลื่นที่มีเฟสตรงข้ามกัน (out of phase) จะหักล้างกัน อินเตอร์เฟอโรมิเตอร์ส่วนมากใช้แสงหรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในรูปแบบอื่นๆ ในการศึกษา

ผลการศึกษาพบว่าบริเวณเมืองค่อยทรุดตัวลงเฉลี่ยปีละ 0.03 – 0.04 นิ้ว (0.8 – 1 มิลลิเมตร) ต่อปี ขณะที่กิจกรรมต่างๆของมนุษย์ยิ่งจะช่วยเร่งให้การทรุดตัวประมาณ 0.08 – 0.39 นิ้ว (2 – 10 มิลลิเมตร)ต่อปี ดังปรากฏตามแผนที่ นอกจากนั้นนักวิจัยังได้ศึกษาเปรียบเทียบกันระหว่างการเปลี่ยนแปลงในระยะสั้นโดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียมตั้งแต่ปี 2008 – 2011 และการเปลี่ยนแปลงระยะยาวคือใช้ข้อมูลจากดาวเทียมตั้งแต่ปี 1992 ถึงปี 2010 จากนั้นนำผลลัพท์ของระยะสั้นไปลบออกจากระยะยาวเพื่อหาผลที่เกิดจากการกระทำที่แท้จริงของมนุษย์

ที่มา : http://www.huffingtonpost.com
แปลโดย : จักรพงษ์ ทะวะละ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *