ดาวเทียมไทยโชต ครบรอบ 5 ปี

THEOS

ดาวเทียมไทยโชตแต่เดิมชื่อว่าดาวเทียมธีออส (THEOS: Thailand Earth Observation Satellite) เป็นดาวเทียมสำรวจทรัพยากรดวงแรกของไทยที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือด้านเทคโนโลยีอวกาศ ระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลฝรั่งเศสโดยมีสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางในการดำเนินการสร้างดาวเทียม THEOS  โดยได้ลงนามกับบริษัท EADS Astrium เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2547

ดาวเทียมไทยโชตขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันพุธที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2551 เวลาในประเทศไทย 13:37:16 น. หรือ 06:37:16 น. ตามเวลามาตรฐานสากล (UTC) โดยจรวดนำส่ง เนปเปอร์ (Dnepr) ของบริษัท ISC Kosmotras ประเทศยูเครน ปล่อยจากฐานส่งจรวดที่เมืองยาสนี (Yasny) ประเทศรัสเซีย จรวดถูกยิงสู่ขึ้นท้องฟ้าจากไซโลด้วยแรงขับเคลื่อนของจรวดท่อนที่ 1 ไปทางทิศใต้ตามแนวขั้วโลกมีมุมเอียงไปทางตะวันตก 8.9 องศา จรวดท่อนที่ 1 ขับเคลื่อนจากพื้นดินเป็นเวลา 110 วินาทีขึ้นไปที่ระดับสูง 60 กิโลเมตร แล้วแยกตัวออกและตกลงสู่พื้นโลกที่ประเทศคาซัคสถาน ต่อจากนั้นจรวดท่อนที่ 2 ขับเคลื่อนและนำดาวเทียมขึ้นต่อไปอีกเป็นเวลา 180 วินาที ได้ระดับความสูง 300 กิโลเมตร หรือเมื่อผ่านไป 290 วินาทีจาก Lift-off แล้วจรวดท่อนที่ 2 แยกตัวและตกลงในมหาสมุทรอินเดีย จรวดส่วนสุดท้ายพร้อมดาวเทียมเคลื่อนต่อไปตามวิถีการส่งจนถึงระดับความสูง 690 กิโลเมตร ดาวเทียมแยกตัวออกมาโคจรเป็นอิสระจากจรวดส่วนสุดท้าย ที่เวลาในประเทศไทย 15:09 น. สถานีควบคุมและรับสัญญาณดาวเทียมที่เมืองคิรูนา (Kiruna) ประเทศสวีเดน จะเป็นสถานีแรกที่ติดต่อกับดาวเทียมได้ (First Contact) ต่อจากนั้นดาวเทียมโคจรผ่านประเทศไทยครั้งแรก เวลา 21:16 น. ซึ่งสถานีควบคุมและรับสัญญาณดาวเทียมธีออส อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เริ่มปฏิบัติการควบคุมการโคจรดาวเทียมและตรวจสอบการทำงานต่างๆ เพื่อให้ดาวเทียม THEOS มีความสมบูรณ์พร้อมใช้งาน อันเป็นงานและภารกิจหลักในการให้บริการข้อมูลดาวเทียมแก่หน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ

THEOS1

เมื่อวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2554 กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้มีหนังสือไปยัง สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อขอพระราชทานชื่อใหม่ให้ดาวเทียม THEOS ต่อมาวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2555 สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้มีหนังสือตอบกลับความว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อดาวเทียมดังกล่าวว่า ไทยโชต” และให้ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า Thaichote ตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2554 สืบไป ซึ่งมีความหมายว่า “ดาวเทียมที่ทำให้ประเทศไทยรุ่งเรือง”

ดาวเทียมไทยโชต เป็นดาวเทียมวงโคจรต่ำ (Low Earth Orbit: LEO) จะขึ้นสู่วงโคจรที่ระดับความสูง 830 กิโลเมตร โคจรรอบโลกซ้ำแนวโคจรเดิมทุก 26 วัน ได้รับการออกแบบให้มีอายุการใช้งานอย่างน้อย 5 ปี แต่อายุการใช้งานจริงมากกว่านั้น มีกล้องถ่ายภาพ 2 กล้อง ใช้ระบบซีซีดี สามารถบันทึกภาพจากการสะท้อนแสงของพื้นโลก ซึ่งต้องการแสงอาทิตย์ ได้ภาพแบบขาวดำ (Panchromatic) ที่มีรายละเอียด 2 เมตร ความกว้างของภาพที่มุมตั้งฉากกับพื้นผิวโลก 22 กิโลเมตร และภาพแบบหลายช่วงคลื่น (Multispectral) เพื่อนำมาแสดงร่วมกันให้เห็นเป็นภาพสี จำนวน 4 ช่วงคลื่น ที่มีรายละเอียด 15 เมตร ความกว้างของภาพที่มุมตั้งฉากกับพื้นผิวโลก 90 กิโลเมตร ได้แก่ 3 ช่วงคลื่นแสงที่ตามองเห็น (ช่วงคลื่นแสงสีแดง สีเขียว และสีน้ำเงิน) และ 1 ช่วงคลื่นใกล้อินฟราเรด (Near IR)

นักวิศวกรควบคุมดาวเทียมไทยโชตได้กล่าวถึงประสิทธิภาพของดาวเทียมไทยโชตเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2556 ไว้ว่า ปัจจุบันดาวเทียมไทยโชตยังสามารถปฎิบัติภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถใช้งานได้ไม่ต่ำกว่า 10 ปี เนื่องจากปริมาณเชื้อเพลิงที่เหลืออยู่อีกประมาณ 46 กิโลกรัม อีกทั้งการสื่อสารระหว่างสถานีควบคุมและตัวดาวเทียมก็อยู่ในสภาพปกติดีทุกประการ แม้ว่าวันนี้จะครบรอบ 5 ปีแล้วแต่ก็เชื่อว่าดาวเทียมไทยโชตยังจะรับใช้สังคมไทยไปอีกนาน

windowslivewriter1-e8a6theos03-2

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *