กำหนดเขตพื้นที่น้ำท่วม ในภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนบน

ภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนบนของประเทศไทย ช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนมกราคม น้ำฝนที่มีปริมาณมากไม่สามารถระบายออกสู่ทะเลได้ทัน ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน การศึกษาพื้นที่มีโอกาสเกิดน้ำท่วมโดยใช้เทคโนโลยีจากดาวเทียมและระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ โดยวิธีการกำหนดค่าถ่วงน้ำหนัก และการให้คะแนนตามลำดับความสำคัญของปัจจัยทางกายภาพที่มีผลต่อการเกิดน้ำท่วม สามารถใช้เป็นแนวทางในการกำหนดเขตพื้นที่น้ำท่วม และจัดทำแผนที่พื้นที่ที่มีโอกาสเกิดน้ำท่วม อันจะเป็นประโยชน์ในด้านการวางแผนป้องกัน และลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ วัตถุประสงค์ – เพื่อกำหนดขอบเขตพื้นที่น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนบนโดยใช้ข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียม – วิเคราะห์พื้นที่ที่มีโอกาสเกิดน้ำท่วมระดับต่างๆ โดยใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ – เพื่อกำหนดแนวทางในการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากการเกิดน้ำท่วม วิธีการ การกำหนดเขตพื้นที่น้ำท่วมพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดน้ำท่วม ได้แก่ ที่ราบน้ำท่วมถึง ที่ลุ่มที่เป็นนาข้าว บึง และพรุ ที่ราบน้ำท่วมถึง ลานตะพักลำน้ำระดับต่ำ และริมฝั่งแม่น้ำสายใหญ่ที่มีน้ำตลอดปี จากภาพถ่ายดาวเทียม …

พื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัย

การจัดทำพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นับแต่อดีตมาสภาวะน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในพื้นที่มักเกิดขึ้นในพื้นที่ซ้ำซาก โดยเฉพาะบริเวณลำน้ำขนาดใหญ่ และด้วยผลจากการสร้างสิ่งปลูกสร้าง รวมไปถึงการเข้าไปตั้งถิ่นฐานที่อยู่อาศัยของประชาชนใกล้แหล่งน้ำมากขึ้น จึงทำให้สภาวะน้ำท่วมมีความรุนแรงขึ้นตามลำดับส่งผลให้รัฐบาลต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากในการเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งในอดีตการจัดทำบัญชีพื้นที่ประสบอุทกภัยเป็นไปด้วยความยากลำบาก ใช้เวลาดำเนินการนาน และบางครั้งไม่เข้าถึงผู้ประสบภัยที่แท้จริง ด้วยเหตุนี้ศูนย์ภูมิสารสนเทศเพื่อการพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงได้จัดทำการประเมินพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัยโดยวิเคราะห์จากประวัติการเกิดน้ำท่วม 3 ปี คือพื้นที่ประสบอุทกภัย พ.ศ. 2544 2545 และ 2546(ตีความพื้นที่น้ำท่วมจากภาพถ่ายดาวเทียมเรดาร์แซท) จากความซ้ำซากของตำแหน่งที่เกิดน้ำท่วมจึงสามารถแบ่งระดับความเสี่ยงของการเกิดอุทกภัยออกเป็น 4 ระดับ คือ เสี่ยงอุทกภัยสูงมากเสี่ยงสูง เสี่ยงปานกลาง และเสี่ยงต่ำ โดยมีขั้นตอนการศึกษาพอสังเขปดังภาพ ผลการวิเคราะห์แสดงพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แสดงให้เห็นว่าพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัยในระดับเสี่ยงสูงมาก และเสี่ยงสูง …

พื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง

การจัดทำพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นภูมิภาคที่ประสบปัญหาความแห้งแล้งประจำทุกปี สาเหตุหลักมาจากสภาพภูมิประเทศ และภูมิอากาศ ซึ่งจะเกิดฝนแล้งในระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน และสภาพแห้งแล้งจากฝนทิ้งช่วงเป็นช่วงสั้น คือ ระหว่างเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม ผลจากภาวะความแห้งแล้งจะทำให้เกิดไฟป่า พายุฤดูร้อน ทำให้เกิดความเสียหายต่อการดำรงชีพ และผลผลิตทางการเกษตร ทางศูนย์ภูมิสารสนเทศเพื่อการพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้จัดทำแบบจำลองพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง วิเคราะห์ภัยแล้งใน 3 ด้าน คือ พื้นที่เสี่ยงภัยแล้งเชิงกายภาพ เชิงอุตุนิยมวิทยา และเชิงอุทกวิทยา ก่อนนำลักษณะความแห้งแล้งของแต่ละด้านมาวิเคราะห์ร่วมกันด้วยซ้อนทับแบบกำหนดค่าน้ำหนักแสดงภาพรวมวิธีการศึกษาดังภาพ Overlay_01 คือ ผลการซ้อนทับระหว่างชั้นข้อมูลแหล่งน้ำผิวดิน กับพื้นที่ชลประทาน Overlay_02 คือ ผลการซ้อนทับระหว่างชั้นข้อมูลความหนาแน่นลำน้ำ กับน้ำใต้ดิน …

สึนามิ

ปัจจุบันงานศึกษาที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติโดยใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์มีอยู่มากมายหลายรูปแบบซึ่งอาจเป็นการศึกษาเพื่อประเมินความเสียหายของพื้นที่ เช่น การประเมินมูลค่าความเสียหายของพื้นที่ทางการเกษตรความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสิ่งปลูกสร้าง อาคาร และสถานที่ต่างๆ รัฐบาลจะสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้ประกอบการตัดสินใจให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบที่แท้จริง ตัวอย่างเช่น กรณีการเกิดสึนามิถือเป็นภัยพิบัติที่ไม่เคยปรากฏในประเทศไทยมาก่อน จึงสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อชีวิตและทรัพย์สิน และเนื่องจากพื้นที่ประสบภัยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญประกอบกับมีผู้ได้รับผลกระทบจำนวนมาก การตรวจติดตามและประเมินความเสียหายอย่างเร่งด่วนจึงเป็นสิ่งจำเป็น ในช่วงเวลานั้นรัฐบาลได้ใช้ข้อมูลจากการรับรู้ระยะไกลและระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ประเมินความเสียหายของพื้นที่ และอาคาร พร้อมจัดทำระบบ Internet mapping สำหรับการบอกแจ้งข้อมูลผู้ประสบภัย การศึกษาของ Marghany, M. and Hashim, M. (2006) ได้ใช้ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม QuickBirdตรวจสอบการเคลื่อนตัวของคลื่นสึนามิเข้าสู่ชายฝั่งของประเทศอินโดนีเซีย และจำลองขนาดคลื่นสึนามิในช่องแคบมะละกา (Malacca straits) ผลการศึกษาสามารถแสดงแนวการเคลื่อนที่ของคลื่นน้ำเข้าสู่ชายฝั่ง …

การเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ป่าไม้

วัตถุประสงค์ของการศึกษาเพื่อแสดงความเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ป่า ในอดีตและปัจจุบัน ในที่นี้ได้แสดงพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงและแนวกันชน 5 กิโลเมตร วิธีการศึกษา ใช้ภาพถ่ายจากดาวเทียมแลนด์แซท/ รูปถ่ายทางอากาศ 3 เวลา ได้แก่ ภาพถ่ายดาวเทียมที่บันทึกภาพในปี พ.ศ. 2519 2541 และ 2548 แก้ไขความคลาดเคลื่อนเชิงเรขาคณิต และปรับให้มีค่าพิกัดตรงกันทั้ง 3 วันที่หลังจากนั้นแปลตีความด้วยสายตา และสำรวจภาคสนาม สร้างแผนที่ทั้ง 3 ปี แล้วสร้างฐานข้อมูลทั้ง 3 ปี ด้วยระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ เช่นเดียวกันการศึกษาพื้นที่ป่าไม้ที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น …

พื้นที่ป่าไม้

ในการวิเคราะห์ป่าไม้ได้ทำการตีความจากภาพถ่ายจากดาวเทียม และสร้างฐานข้อมูล นำเข้าสู่ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ตรวจสอบภาคสนาม และแสดงสถิติที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นการใช้ และแสดงสารสนเทศอย่างง่าย ตารางแสดงพื้นที่ป่าไม้แยกตามประเภท พ.ศ. 2543 ที่มา : ตำราเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศศาสตร์

การกำหนดเขตเกษตรเศรษฐกิจสำหรับสินค้าเกษตร

การศึกษาและวิเคราะห์วางแผนการผลิตทางการเกษตร ให้สอดคล้องกับสภาพดิน ฟ้า อากาศ แหล่งน้ำประเภทของเกษตรกรรม รายได้ และความต้องการของตลาด โดยการนำเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศมาเป็นเครื่องมือในการกำหนดเขตเกษตรเศรษฐกิจ วัตถุประสงค์ : เพื่อกำหนดเขตเศรษฐกิจสำหรับสินค้าเกษตร วิธีการศึกษา การกำหนดเขตเกษตรเศรษฐกิจสำหรับสินค้าเกษตร มีขั้นตอนในการดำเนินงาน 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การกำหนดเป้าหมายการผลิต พิจารณาแหล่งผลิต แนวโน้ม และความต้องการของตลาด 2) จัดสรรพื้นที่ให้เหมาะสมกับเป้าหมายการผลิต โดยใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ วิเคราะห์จาก 9 ปัจจัย คือ ลุ่มน้ำ …

การประเมินที่ดินสำหรับหาความเหมาะสมของพืช

ในที่นี้นำเสนอการวิเคราะห์ความเหมาะสมของที่ดินจังหวัดขอนแก่นสำหรับ ข้าว อ้อย มันสำปะหลังและยางพารา วัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการคุณภาพที่ดิน ที่มีผลกระทบต่อพืชต่างๆ โดยเปรียบเทียบความต้องการของพืช กับคุณภาพที่ดิน โดยใช้วิธีของ FAO วิธีการศึกษา 1) วิเคราะห์ความต้องการคุณภาพที่ดินหรือปัจจัยของพืชแต่ละชนิด 2) จัดสร้างฐานข้อมูลของคุณภาพที่ดิน 3) บูรณาการคุณภาพที่ดินด้วยระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ตามเงื่อนไขของแบบจำลอง 4) เปรียบเทียบคุณภาพที่ดินกับความต้องการของพืช 5) จัดทำแผนที่ความเหมาะสมของพืช จะเห็นได้ว่าในการวิเคราะห์ครั้งนี้ได้ใช้ฟังก์ชันในระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ คือ การประมาณค่าในช่วง โดยใช้การวิเคราะห์น้ำฝน และการซ้อนทับแบบคณิตศาสตร์ ด้วยการคูณ ที่มา : ตำราเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศศาสตร์

การใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อวิเคราะห์หาพื้นที่คุ้มครองเกษตรกรรม

วัตถุประสงค์ของการศึกษาเพื่อแสดงเขตคุ้มครองเกษตรกรรม โดยมีสมมติฐานว่าพื้นที่ดินดีน้ำดี และพื้นที่ที่รัฐได้สร้างสาธารณูปโภคแล้ว และอยู่นอกเขตอนุรักษ์ข้อมูลนำเข้าได้แก่ ชั้นข้อมูลผังเมือง ชั้นข้อมูลป่าอนุรักษ์ ชั้นข้อมูลคุณภาพลุ่มน้ำ ชั้นข้อมูลชลประทาน และชั้นข้อมูลความเหมาะสมของดิน ซึ่งมีรายละเอียดของการวิเคราะห์ตามขั้นตอนดังภาพ หมายเหตุ * ชั้นข้อมูลที่ในการวิเคราะห์/ ศึกษา Class 1 = พื้นที่คุ้มครองเกษตรกรรมชั้นที่ 1 (เหมาะสมมาก) Class 2 = พื้นที่คุ้มครองเกษตรกรรมชั้นที่ 2 (เหมาะสมปานกลาง) ที่มา : ศูนย์ภูมิสารสนเทศเพื่อการพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น …