ควันไฟปกคลุม อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี

พอหมดหน้าฝนก็เข้าสู่หน้าแล้ง ยิ่งปีนี้หนาวหนักด้วย ก็ยิ่งจะส่งผลให้อากาศแห้ง บอกได้คำเดียวเลยว่าต้องเตรียมตัวรับมือปัญหาหมอกควัน แต่ไม่ทันไรเหมือนกับว่าบางพื้นที่จะเริ่มมีไฟป่าโหมโรงขึ้นมาแล้ว ภาพแรกเป็นภาพถ่ายจากดาวเทียม Suomi NPP/VIIRS บันทึกภาพในช่วงเช้าของวันนี้ (13 ก.พ. 2559) บริเวณภาพตะวันตกของประเทศไทย ปรากฏกลุ่มควันที่เกิดจากการเผาไหม้ ทางทิศตะวันออกของเขื่อนศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี และบริเวณทิศตะวันตก ของจังหวัดอุทัยธานี โดยกระแสลมได้พัดเอากลุ่มควันไฟไปมุ่งหน้าสู่ทิศตะวันออก สู่พื้นที่ราบที่มีชุมชนจำนวนมาก ส่วนภาพที่สองบันทึกภาพเมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2559 ปรากฏกลุ่มควันไฟขนาดใหญ่กว่า ณ พื้นที่เดิม แต่ลมได้พัดเอาควันไฟไปทางทิศตะวันตกออกสู่ทะเลอันดามัน หากสังเกตให้ดีภาพนี้จะปรากฏจุดสีแดงกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ นั้นหมายถึงจุดความร้อนที่ตรวจจับได้ด้วยดาวเทียม …

เขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ (Khao Kradong)

เขากระโดง เป็นธรณีสัณฐานภูเขาไฟหินบะซอลต์ ตั้งอยู่ที่ตำบลเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองบุรีรัมย์ลงไปทางใต้ประมาณ 7 กิโลเมตร จากภาพถ่ายจากดาวเทียมไทยโชตเห็นลักษณะของเขากระโดงและเขาใหญ่เป็นส่วนของปล่องภูเขาไฟ 2 ลูก อยู่ตรงกลางของลาวาหลากหินบะซอลต์ ซึ่งมีธรณีสัณฐานเป็นเนินแผ่กว้างคลุมพื้นที่ประมาณ 250 ตารางกิโลเมตร มีขนาดกว้าง10 กิโลเมตร ยาว 25 กิโลเมตร ส่วนเนินลาวาหลากอยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 150 – 230 เมตร สูงกว่า ภูมิประเทศโดยรอบซึ่งเป็นที่ราบและเนิน รองรับด้วยหมวดหินมหาสารคามที่มีหินเกลือแทรกอยู่โดยทั่วไป และเป็นสาเหตุที่ทำให้บริเวณโดยรอบลาวาหลากและภูเขาไฟกระโดยมีน้ำและดินเค็ม ธรณีสัณฐานที่เป็นปล่องภูเขาไฟที่เขากระโดงและเขาใหญ่เห็นได้ชัดเจนในภาพดาวเทียมไทยโชตตรงบริเวณขอบด้านตะวันตกของเนินลาวาหลากที่เกิดขึ้นครั้งหลัง …

ไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี

  พื้นที่ระหว่างแม่น้ำแควใหญ่และแม่น้ำแควน้อยทางด้านตะวันออก ของ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี รองรับด้วยหินปูนชุดราชบุรี ภูมิประเทศเป็นเขาแสดงธรณีสัณฐานคาสต์แบบเขาหินปูนฝาชีที่เด่นชัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณ ทางด้านเหนือของเทือกเขาหินปูนนี้ปรากฏเป็นแนวผาชันที่เกิดตามแนวรอยเลื่อน   ภูมิประเทศบนเทือกเขาหินปูนแห่งนี้ นอกจากปรากฏลักษณะตะปุ่มตะป่ำของเขาหินปูนฝาชีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่แล้ว ยังมีลักษณะของหุบเขาคาสต์ขนาดใหญ่ 2 แนว ได้แก่ แนวตะวันออกเฉียงเหนือ คือ ห้วยกุ้ง และแนวตะวันตกเฉียงใต้ มีธารมุตซึ่งทำมุมเกือบตั้งฉากกัน คาดว่าเป็นหุบเขาคาสต์ที่เกิดจากการสะลายและยุบตัวตามแนวรอยเลื่อน แม่น้ำแควใหญ่และแม่น้ำแควน้อยกัดเซาะลึกลงในพื้นที่ภูมิประเทศ สร้างลานตะพักลำน้ำหลายระดับบนบริเวณที่ราบตะกอนน้ำพาของแม่น้ำทั้งสอง มีลักษณะภูมิประเทศลาดเอียงและมีร่องรอยของการลดระดับความสูงเป็นชั้นๆ ลงมาคล้ายคลานตะพักลำน้ำ ที่มา : หนังสือธรณีสัณฐานประเทศไทยจากห้วงอวกาศ

อ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี (Ban Don Bey)

ภาพถ่ายจากดาวเทียมไทยโชต ระบบบันทึกภาพหลายช่วงคลื่น (MS) บริเวณอ่าวบ้านดอน  อ่าวบ้านดอน เป็นอ่าวที่มีขนาดใหญ่บนฝั่งทะเลด้านตะวันตกของอ่าวไทยตอนล่าง ตั้งอยู่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นธรณีสัณฐานแบบสันดอนจะงอย ขอบเขตของอ่าวด้านใต้อยู่ที่บริเวณปากน้ำท่าทอง มีชายฝั่งเป็นแนวหยักตรงขึ้นไปทางเหนือแล้วเปลี่ยนแนวไปทางตะวันออก ลักษณะแนวชายฝั่งทะเลตลอดทั้งอ่าวเป็นทะเลตื้น มีป่าชายเลนขึ้นเป็นแนวตลอดขอบอ่าว บริเวณทับถมตะกอนเกิดจากบริเวณชายฝั่งทะเลที่มีระดับความสูงต่างกัน ซึ่งจากปากแม่น้ำตาปีมีทางน้ำไหลออกสู่ทะเลหลายแนว ระหว่างบ้านคลองรางและบ้านปากน้ำ มีลักษณะการทับถมของตะกอนแบบดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ “รูปตีนนก” ทางน้ำสายต่างๆ สร้างคันดินธรรมชาติยื่นออกไปในทะเล ทำให้แนวชายฝั่งหยักเว้าคล้ายตีนนก นับเป็นตัวอย่างธรณีสัณฐานประเภทที่เห็นได้เด่นชัดที่สุดในประเทศไทย บ้านดอน เป็นศูนย์กลางชุมชนเมืองที่เกิดขึ้นด้วยปัจจัยทางภูมิศาสตร์รอบอ่าวบ้านดอน เป็นศูนย์กลางการค้าขายนับแต่อดีตจนถึงปัจจุบันโดยพัฒนามาพร้อม ๆ กับชุมชนโบราณอีกหลายแห่งที่อยู่บริเวณรอบอ่าวบ้านดอน เช่นเมืองไชยา เมืองท่าทอง และชุมชนที่อยู่ต้นน้ำคือเมืองเวียงสระ และเมืองท่าขนอน …

แหลมตะลุมพุก จังหวัดนครศรีธรรมราช

คงจำกันได้ว่าเมื่อในปี พ.ศ. 2505 ข่าวที่ร้ายแรงที่สุดในรอบปีของประเทศไทยคือข่าวพายุใต้ฝุ่นพัดกระหน่ำแหลมตะลุมพุกสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อชีวิต ทรัพย์สิน และบ้านเรือนของประชากรที่อาศัยอยู่บริเวณแหลม จนทางรัฐบาลต้องระดมสรรพกำลังช่วงเหลือผู้ประสบอุทกภัยเป็นการเร่งด่วน ซึ่งโศกนาฏกรรมอันสืบเนื่องมาจากภัยธรรมชาติคราวนี้ทุกคนในประเทศไทยโดยเฉพาะผู้ที่อยู่บริเวณแหลมยังคงจำภาพติดตาได้อย่างไม่มีวันลืมเลือน แหลมตะลุมพุกที่เห็นในภาพเป็นแนวสันดอนจะงอยทรายแคบๆ และโค้งเหมือนคันศรขึ้นไปทางเหนือ โดยมีแนวโค้งเข้าไปทางทิศตะวันตก แนวโค้งดังกล่าวเป็นแนวชายหาดที่เชื่อมต่อกันเป็นแนวหาดทรายแคบๆ ลงไปทางใต้ ส่วนด้านในของโค้งหรือด้านในของแหลมที่เห็นในภาพว่ามีลักษณะเหมือนก้ามปูและมีสีแดงเป็นตะกอนดินเหนียวที่เกิดจากการทับถบของตะกอนที่ไหลออกมาจากแม่น้ำปากพนัง และยังสภาพเป็นป่าชายเลน การทับถมของตะกอนดินดังกล่าวเป็นผลมาจาการเกิดแหลมตะลุมพุกซึ่งปิดกั้นไม่ให้น้ำทะเลพัดเอาตะกอนหายไปในทะเล การตกตะกอนดังกล่าวจะสังเกตได้ว่าอยู่เฉพาะในอ่าวที่มีแหลมตะลุมพุกกั้นไว้ ตะกอนเหล่านั้นมีลักษณะเป็นดินเลนหรือดินทรายในโคลนหรือดินแฉะ มีสะเทาปนน้ำเงิน และเป็นดินเค็ม ด้วยเหตุที่ว่าตะกอนเหล่านี้มีน้ำทะเลท่วมถึงเมื่อเวลาน้ำขึ้น และโผล่เมื่อเวลาน้ำลง จึงเรียกว่าเป็นบริเวณที่ลุ่มราบน้ำขึ้นถึง ตามสภาพธรรมชาติสันดอนจะงอยทรายซึ่งเป็นแหลมตะลุมพุก จะไม่ค่อยมีพืชธรรมชาติ เนื่องจากเป็นทรายและบางส่วนอาจมีน้ำทะเลท่วมเมื่อเวลาน้ำขึ้นสูง ส่วนด้านใต้ของแหลมซึ่งเป็นบริเวณที่สะสมของตะกอนดินเลนหรือดินทรายปนโคลน จะมีป่าชายเลนขึ้นมาปกคลุม ป่าชายเลนในปัจจุบันจะมีเฉพาะบริเวณที่ติดอยู่กับแหลมตะลุมพุก ในภาพจะมีลักษณะเหมือนก้ามปูสีแดงพบบริเวณฝั่งตรงข้างทางตอนล่างเท่านั้น …

สบแม่น้ำมูล-ชี จังหวัดศรีสะเกษ, อุบลราชธานี

แม่น้ำมูลมีต้นกำเนิดมาจากทิวเขาสันกำแพง ไหลผ่านที่ราบสูงโคราชจากทิศตะวันตกไปทางทิศตะวันออก ผ่านตัวเมืองอุบลราชธานีก่อนจะลงสู่แม่น้ำโขงในเขต อ.โขงเจียม ส่วนแม่น้ำชี้มีต้นน้ำที่ทิวเขาเพชรบูรณ์ ไหลผ่านที่ราบสูงโคราชจากทิศตะวันตกเฉียงเหนือไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ บรรจบกับแม่น้ำมูลที่บริเวณฝั่งตรงข้ามบ้านท่าชอนไม้ยูง ในภาพจากดาวเทียมปรากฏธรณีสัณฐานทางน้ำโค้งตวัดของทั้งแม่น้ำมูลและแม่น้ำชี้ในบริเวณที่ราบท่วมถึง ธรณีสันฐานทะเลสาบรูปแบบรอยทางน้ำเก่าของแม่น้ำชี้เห็นได้เด่นชัด ส่วนของแม่น้ำมูลเห็นลอนหาดคุ้งน้ำ บ้านกุดชุม คันดินธรรมชาติและที่ลุ่มหลังคันดิน บ้านวังยาง อย่างชัดเจน อ.เมือง จ.อุบลราชธานี และ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ตั้งอยู่บนลานตะพักสองฝั่งแม่น้ำมูล แสดงให้เห็นถึงการกัดลึกของแม่น้ำจากบริเวณนี้เรื่อยปางตะวันออก แม่น้ำมูลกัดลึกลงชั้นหินทรายจึงทำให้ไท้ทีที่ราบน้ำท่วมถึง เป็นหลักฐานหนึ่งที่ชี้ให้เห็นว่าขอบที่ราบสูงโคราชด้านตะวันออกมีการยกตัวขึ้นอย่างช้า ๆ บริเวณตอนใต้ของแม่น้ำมูล ในภาพจากดาวเทียมสามารถเห็นร่องรอยของทางน้ำเก่าออกไปทางตะวันออก ไปเชื่อมต่อกับห้วยข้าวสาร ลำโดมใหญ่ และออกสู่แม่น้ำมูลที่บ้านปากโดมแนวทางน้ำเก่านี้เป็นร่องรอยของแม่น้ำมูลก่อนที่จะเปลี่ยนทางเดินมาอยู่ในแนวแม่น้ำมูลในปัจจุบัน

ครบรอบ 8 ปี มรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ทับลาน ปางสีดา ตาพระยา และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ ได้รับการประกาศให้เป็น “มรดกโลกทางธรรมชาติ” จากองค์การยูเนสโก ภายใต้ชื่อกลุ่ม “ดงพญาเย็น-เขาใหญ่”นับเป็นมรดกโลกแหล่งที่ 5 ของไทย และเป็นอันดับที่ 2 ของมรดกทางธรรมชาติไทย ได้รับการลงทะเบียนเป็นมรดกโลก ณ เมืองเดอร์บัน ประเทศแอฟริกาใต้ ประกอบไปด้วย อุทยานแห่งชาติ 4 แห่ง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอีก 1 แห่ง มีพื้นที่รวมทั้งสิ้นราว 3,874,863 ไร่ หรือ 6,155 ตารางกิโลเมตร ถูกเรียกว่าเป็นผืนป่าตะวันออก ซึ่งเปรียบเทียบกับผืนป่าตะวันตก ในเขตจังหวัดตาก และรอบๆ

23 ปี ครบรอบการก่อตั้งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2533 เป็นวันสถาปนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (Suranaree University of Technology) อักษรย่อคือ มทส. โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยในพระราชบัญญัติจัดตั้งมหาวิทยาลัยและได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีผลบังคับใช้ในวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2533 มหาวิทยาลัยได้พัฒนาทำการจัดจ้างก่อสร้างอาคารและสิ่งก่อสร้าง และจัดให้มีพิธีวางศิลาฤกษ์ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม ซึ่งอาคารและสิ่งก่อสร้างส่วนใหญ่แล้วเสร็จทันการ เปิดดำเนินการรับนักศึกษาในเดือนพฤษภาคม โดยมีศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน เป็นอธิการบดีผู้ก่อตั้ง

26 มิถุนายน เปลี่ยนชื่อ "เมืองกุย" เป็น "เมืองประจวบคีรีขันธ์"

ข้อมูลจากดาวเทียมไทยโชต ระบบหลายช่วงคลื่น บันทึกภาพวันที่ 6 มีนาคม 2553 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในอดีตเป็นเมืองชั้นจัตวาเล็กๆ ที่รวมกันอยู่ภายใต้การปกครองของเมืองเพชรบุรี พอถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จึงได้โปรดเกล้าฯ ตั้งเมืองชื่อว่า เมืองบางนางรม ที่ปากคลองบางนางรม แต่ที่ดินไม่เหมาะสมแก่การเพาะปลูกจึงย้ายเมืองไปตั้งที่เมืองกุย ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์และมีการตั้งบ้านเรือนหนาแน่นกว่า