เขื่อนลำปาว

เขื่อนลำปาวป็นโครงการชล ประทานขนาดใหญ่ในภาคตะวันนออกเฉียงเหนือที่สร้างปิดลำน้ำปาว ซึ่งเป็นสาขาของแม่น้ำชี และห้วยยางโดยก่อสร้างที่เขตติดต่อระหว่าง อ.สหัสขันธ์ อ.เมือง และอ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เป็นเขื่อนดินที่มีขนาดยาวที่สุดในประเทศคือ 7,800เมตร มีความสูงของสันเขื่อน 33 มตร เก็บกักน้ำได้ 1,430ล้านลุกบาศก์เมตร เริ่มก่อสร้างเมื่อพ.ศ. 2506 เสร็จเรียบร้อยใน พ.ศ. 2511 เหตุที่สร้างเขื่อนเก็บกักน้ำกั้นลำปาว เนื่องจากฝนในลุ่มน้ำนี้มีน้อย แต่ในช่วงฤดูฝนจะมีฝนตกหนักทำให้เกิดอุทกภัยในที่ราบลุ่มระหว่างลำปาวกับลำพานทำให้เสียหายแก่การเพาะปลูกอย่างมาก ประโชน์ที่ได้จากการสร้างเขื่อนใช้สำหรับการเพาะปลูกในฤดูฝน 314,300 ไร่ และในฤดูแล้งประมาณ 200,000 ไร่ รวมทั้งช่วยบรรเทาอุทกภัยในที่ราบลุ่มสองฝั่งลำปาวกับบางส่วนของลุ่มน้ำชีให้ลดลง

หนองทะเลสองห้อง Nong Thale Song Hong

หนองทะเลสองห้อง เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติอยู่ใน อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ในภาพจากดาวเทียมโดยรอบหนองทะเลสองห้องเห็นเป็นเนินเขาตะปุ่มตะป่ำ และเนินเขาโดดจำนวนมาก ลักษณะเช่นนี้ส่วนมากแสดงถึงบริเวณหินปูนที่น่าสังเกตอีกอย่างคือ ในบริเวณนี้มีลำน้ำอยู่น้อยมาก ทั้งๆที่ จ.ตรังอยู่ในภาคใต้อยู่ในเขตที่ฝนชุกควรจะมีลำน้ำซึ่งเป็นเส้นทางระบายน้ำจำนวนมาก ดังนั้นสภาพที่มีเส้นทางระบายน้ำจำนวนน้อยในเขตที่ฝนชุกจะเป็นข้อสันนิษฐานได้อีกอย่างหนึ่งว่า บริเวณนี้น่าจะเป็นหินปูน เพราะบริเวณหินปูนจะมีโพรงภายในหินซึ่งรองรับอยู่ชั้นล่างจำนวนมากเนื่องจากหินปูนถูกน้ำที่มีคาร์บอนไดออกไซด์ปนอยู่ มีคุณสมบัติเป็นกรดอ่อนๆ ละลายหินปูนให้เกิดเป็นช่องโพรง ทำให้บริเวณหินปูนมีระบบการระบายน้ำใต้ดิน จึงเห็นลำน้ำที่มีจำนวนน้อยจากภาพถ่ายดาวเทียม ธรณีสัณฐานของหนองทะเลสองห้อง เกิดโพรงขนาดใหญ่หรือถ้ำขนาดใหญ่ในหินปูนซึ่งอยู่ใต้ผิวดิน เมื่อน้ำละลายหินปูนจะขยายโพรงหินให้กว้างเรื่อยๆ ทำให้เพดานโพรงหินซึ่งอยู่ใต้ผิวดินบางลงจนไม่สามารถรับน้ำหนักข้างบนไว้ได้ เพดานโพรงหินจึงยุบพังลงซึ่งเรียนว่า “หุบยุบ” หรือหลุมยุบเชื่อมต่อขนาดใหญ่สำหรับธรณีของหนองทะเลสองห้องนั้น เนื่องจากมีโพรงหินปูนขนาดใหญ่สองโพรงเรียงกันอยู่ตามแนวระบายน้ำใต้ดิน แต่ช่วงที่เชื่อมต่อทั้งสองโพรงมีขนาดไม่กว้างใหญ่ เมื่อเพดานของในแนวนี้ยุบลง จิงเกิดเป็นหลุมสองหลุมขนาดใหญ่เชื่อมต่อด้วยช่องแคบๆเป็นลักษณะสองห้อง เนื่องจากบริเวณนี้มีระดับน้ำใต้ดินสูงจึงมีน้ำขังเป็นหนองตลอดปี และหนองมีขนาดก้างกว้างประมาณ …

บึงละหาน จังหวัดชัยภูมิ

  ข้อมูลจากดาวเทียมไทยโชต รายละเอียดภาพ 2 เมตร บึงละหาน เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 3 ของประเทศไทย มีเนื้อที่ 29.09 ตารางกิโลเมตร หรือ 18,181 ไร่ สูงจากระดับน้ำทะเลโดยเฉลี่ย 190 เมตร ครอบคลุมพื้นที่ 4 ตำบลในอำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ ได้แก่ ตำบลละหาน ตำบลหนองบัวใหญ่ ตำบลหนองบัวบาน ตำบลลุ่มลำชี  โดยพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในบริเวณตำบลละหาน อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ

ภูด่านอีป้อง จังหวัดชัยภูมิ (Phu Dan I Pong)

ภูด่านอีป้อง เป็นภูเขาท่ามกลางที่ราบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วางตัวอยู่ทางทิศใต้ของภูกระดึง และอยู่ทางทิศตะวันตกของภูเวียง ยอดสูงกว่าระดับทะเลปานกลาง 1,271 เมตร หรือสูงกว่าทีราบโดยรอบประมาณ 700 เมตรทางด้านตะวันออก และประมาณ 400 เมตรทางด้านตะวันตก ข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมไทยโชติ ปรากฏภูด่านอีป้องเป็นเนินยอดป้าน คลุมบริเวณประมาณ 4.5 ตารางกิโลเมตร มีทิวเขาและทางน้ำเป็นวงโอบล้อมหลายชั้น เป็นแบบรูปทางน้ำวงแหวนห้วยสนามทรายทางด้านเหนือและห้วยตูบกบทางด้านใต้ เมื่อรวมกันแล้วไหลลงน้ำเชิญและห้วยน้ำสุด้านทิศตะวันออก ส่วนบริเวณด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้มีแม่น้ำพรมใหญ่ไหลผ่าน ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของเขื่อนจุฬาภรณ์หรือเขื่อนน้ำพรม ที่มาภาพ: http://thebritishgeographer.weebly.com ธรณีสัณฐานของภูด่านอีป้องเป็นเนินยอดป้าน (Butte) เกิดจากการกร่อนของชั้นหินที่มีความแข็งแกร่งต่างกัน เหลือไว้แต่ชั้นหินที่มีความแข็งกว่า กลายเป็นเนินยอดป้าน …

น้ำครก จังหวัดน่าน (Oxbow Lake)

  ข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมไทยโชต ครอบคลุมพื้นที่บริเวณแม่น้ำน่านที่ อ.สา จ.น่าน แม่น้ำน่านไหลจากเหนือลงใต้ มีแม่น้ำสาไหลจากตะวันตกมารวมกับแม่น้ำน่านที่ อ.สา แม่น้ำน่านไหลผ่านแอ่งที่ราบในหุบเขา จ.น่าน  ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบตะกอนน้ำพาเป็นระดับขั้นบันได จัดเป็นธรณีสัณฐานแบบลานตะพักลำน้ำ บริเวณที่ราบน้ำท่วมถึงของแม่น้ำน่านในปัจจุบัน มีขอบเขตเห็นได้ในภาพถ่ายจากดาวเทียมมีความกว้างประมาณ 2-3 กิโลเมตร บริเวณที่ราบน้ำท่วมถึงนี้เกิดจากการทำงานของแม่น้ำน่านในแนวราบโดยการกวัดแกว่งและเปลี่ยนทางเดินของแม่น้ำ เรียกว่า “ทางน้ำโค้งตวัด” ส่วนของแม่น้ำที่ถูกตัดขาดเนื่องจากแม่น้ำเปลี่ยนทางเดิน กลายเป็นหนองน้ำมีรูปร่างโค้งงอตามสภาพของน้ำเดิม จัดเป็นธรณีสัณฐาน “ทะเลสาบรูปแอก” ในภาพบางแห่งยังมีน้ำขัง บางแห่งมีพืชน้ำขึ้น และบางแห่งตื้นเขินใช้ทำนา ธรณีสัณฐานทะเลสาบรูปแอกนี้คนท้องถิ่นใน อำเภอสา เรียกว่า “นํ้าครก” …

ช่องสามหมอ จังหวัดชัยภูมิ (Chong Sam Mo)

ทิวเขาบางทิวมีรอยขาดจากกันเป็นช่วง เป็นลักษณะธรณีสัณฐานที่น่าสนใจ เพราะบริเวณเช่นนี้มักใช้เป็นเส้นทางคมนาคม ลักษณะธรณีสัณฐานที่เป็นช่องเขาขาดมี 2 ลักษณะคือ ช่องเขาขาดที่ไม่มีลำน้ำไหลผ่านเรียกว่า “กิ่วลม” ซึ่งมีอยู่หลายแห่งโดยเฉพาะบนทิวเขาพนมดงรัก เช่น ช่องอานม้า ช่องโอบก ช่องจอม เป็นต้น ช่องเหล่านี้เป็นเส้นทางสะดวกจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างไปยังกัมพูชา ส่วนอีกลักษณะหนึ่งเป็นช่องเขาขาดที่มีลำน้ำไหลผ่านเรียกว่า “กิ่วน้ำ (water gap)” มีลำน้ำไหลตัดผ่านทิวเขาอย่างชัดเจน การเกิดกิ่วลมและกิ่วน้ำมีทฤษฎีทางธรณีสัณฐานอธิบายกันไว้หลายทฤษฎี เช่น “การกัดกร่อนเข้าหากัน (headward erosion)” หมายถึง มีลำธารอยู่สองข้างของทิวเขากัดกร่อนจนมาพบกันตรงสันเขาและตัดสันทิวเขาจนเป็นช่อง อีกทฤษฎีหนึ่ง เรียกว่า “การซ้อนทับ …

แก่งหลวง จังหวัดสุโขทัย (Kaeng Luang)

แก่งหลวงเป็นแก่งหินในแม่น้ำยมที่อยู่ในบริเวณเมืองโบราณศรีสัชนาลัย ในเขต อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย เกิดจากแม่น้ำไหลผ่านแนวภูเขาที่เป็นพนังหินควอรตซ์ วางตัวขวางกั้นแม่น้ำที่เป็นเสมือนเขื่อนกั้นแม่น้ำยม เกิดเป็นแอ่งน้ำธรรมชาติยามฤดูแล้ง ในภายหลังมีการระเบิดแก่งเป็นช่องทางให้ซุงผ่าน จากแก่งหลวงตามแม่น้ำยมไปทางตะวันออกประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ แนวแม่น้ำยมโค้งตวัดอ้อมกลับมาทางตะวันตก แล้วเปลี่ยนทิศไหลลงทางใต้ กัดแผ่นดินคอดกิ่วมีรูปร่างโค้งงอ ข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมไทยโชตแสดงให้เห็นลักษณะภูมิประเทศบริเวณเมืองโบราณศรีสัชนาลัย ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำยม มีภูเขาเป็นแนวโค้งโอบล้อมเป็นกำแพงธรรมชาติด้านตะวันตกและแนวแม่น้ำยมทางตะวันออก นับได้ว่าเป็นชัยภูมิสร้างเมืองธรรมชาติที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย บริเวณเมืองโบราณศรีสัชนาลัยมีผู้คนอาศัยอยู่มายาวนานในบริเวณที่ราบที่มีแม่น้ำและภูเขาล้อมรอบ คูกำแพงเมืองซึ่งสร้างขึ้นภายหลังขุดล้อมรอบเป็นรูปเหลี่ยม ติดแม่น้ำยมบริเวณแก่งหลวงและขุดล้อมเขาพระศรีให้อยู่ภายในคูเมือง วัดพระศรีรัตนมหาธาตุเป็นส่วนของเมืองเก่า สร้างตรงแผ่นดินที่แม่น้ำยมโอบ ล้อม ปัจจุบันแนวแม่น้ำยมโค้งตวัดกัดเซาะฝั่งแม่น้ำจนบริเวณนี้คอดกิ่ว ธรณีสัณฐานแบบสันฝั่งแม่น้ำใช้เป็นที่สร้างบ้านเรือนอยู่อาศัยตลอดสองฝั่งแม่น้ำยม ด้านเหนือของตัวเมืองโบราณมีแนวคลองหนองขามเชื่อมต่อกับคูเมืองด้านเหนือ ที่มา: หนังสือธรณีสัณฐานประเทศไทยจากห้วงอวกาศ  

หมู่เกาะพีพี (Phi Phi Islands)

หมู่เกาะพีพี ตั้งอยู่ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่สวยงาม ประกอบด้วยเกาะใหญ่ๆ ได้แก่ เกาะพีพีดอน เกาะพีพีเล เกาะยูง เกาะไม้ไผ่ เกาะปิด๊ะ ซึ่งหมู่เกาะพีพีอยู่ห่างจากฝั่งกระบี่ประมาณ 42 กม. จากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมไทยโชตจะเห็นหมู่เกาะพีพีมีลักษณะธรณีสัณฐานเป็นภูเขาหินปูน ที่มีหน้าผาเป็นชั้นๆ ทำให้เกิดถ้ำที่สวยงาม บริเวณทางตอนบนคือเกาะยูง (ด้านซ้าย) ตั้งอยู่ใกล้กับเกาะไม้ไผ่ (ด้านขวา) ซึ่งห่างจากเกาะพีพีดอน 7 กม. มีแนวปะการังสมบูรณ์ทั้งน้ำตื้นและน้ำลึก ตอนกลางคือเกาะพีพีดอน เป็นเกาะขนาดที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะพีพี มีพื้นที่ 9.4 …

บึงกะโล่ จังหวัดอุตรดิตถ์ (Bung Kalo)

] บึงกะโล่  เป็นธรณีสัณฐานของหนองน้ำที่เกิดหลังคันดินธรรมชาติของแม่น้ำน่าน บริเวณบึงปรากฏชัดเจนในภาพถ่ายจากดาวเทียมไทยโชต มีรูปร่างคล้ายสามเหลี่ยม พื้นที่ซึ่งเป็นน้ำมีประมาณ 12,695 ไร่ จากภาพจะเห็นการตื้นเขินของบึงจากแม่น้ำน่านมาทางทิศตะวันออกสู่บริเวณที่เป็นบึง พื้นที่ซึ่งตื้นเขินขึ้นได้มีการทำการเกษตร ด้านตะวันออกของบึงริมฝั่งเป็นแนวค่อนข้างตรงมีความลึกมากกว่าด้านตะวันตก ด้านใต้ซึ่งเป็นยอดแหลมอยู่ใกล้ชิดกับส่วนโค้งตวัดของแม่น้ำน่านมากที่สุด ลักษณะเช่นนี้ขี้ให้เห็นว่าแม่น้ำน่านยังคงนำตะกอนมาทับถมบึงกะโล่อยู่ทุกครั้งที่มีน้ำท่วมล้นตลิ่ง บึงกะโล่ หรือบึงทุ่งกะโล่ หรือ ทุ่งกะโล่ เป็นแหล่งเก็บกักน้ำตามธรรมชาติที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดอุตรดิตถ์ สถานที่แห่งนี้ มีอาณาบริเวณกวา้งขวางกว่า 7,500ไร่ หากจะเปรียบเทียบ ก็เปรียบได้กับเขตเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ การพัฒนาเมืองอุตรดิตถ์ในช่วง 50-60 ปี ที่ผ่านมา เน้นการเจริญเติบโตของชุมชนเมืองฝั่งทิศตะวันตก โดยมีหน่วยงานราชการและศูนย์กลางสถานศึกษาเป็นจุดเร้าสำคัญ ปล่อยให้ฝั่งตะวันออก อยู่ในรูปแบบวิถีเรียบง่าย …